ข้อห้ามทางกาละ

posted on 29 Oct 2010 19:56 by ghosts-club
1.ห้ามผิวปากเวลากลางคืนเชื่อว่าจะโดนคุณไสยที่ล่องลอยอยู่

2.ห้ามโพกหัวหรือสวมหมวกในวัดหรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เชื่อว่าหัวจะล้าน

3.ห้ามบ้วนน้ำลายลงโถส้วมเชื่อว่าวาจาจะเสื่อม

4.ห้ามนั่งบนขั้นบันไดเพราะผีบ้านผีเรือนไม่ชอบ

5.ห้ามนั่งบนหมอนเชื่อว่าคาถาจะเสื่อม

6.ห้ามเล่าความฝันในขณะทานข้าวเชื่อว่าแม่โพสพท่านไม่ชอบ

7.ห้ามเดินข้ามหนังสือเพราะเชื่อว่าจะเรียนไม่จำ

8.ห้ามนุ่งผ้าเปียกเข้าบ้านเพราะเชื่อว่าผีไม่กลัวและจะทำให้ปวดท้อง

9.ห้ามหญิงมีครรภ์ทำหน้าบึ้งเวลาจะหลับเชื่อกันว่าลูกออกมาจะไม่สวยไม่หล่อ

10.ห้ามดมดอกไม้ที่จะนำไปถวายพระเชื่อกันว่าจมูกจะเป็นไซนัสหรือริดสีดวงจมูก

11.ห้ามหลับเวลาฟังพระเทศเชื่อว่าชาติหน้าจะเกิดเป็นงู

12.ห้ามเอาของคืนเมื่อให้ผู้ใดไปแล้วเชื่อว่าจะเป็นเปรต(นอกจากให้ยืม)

13.ห้ามกวาดขยะกลางคืนเชื่อว่าผีไม่คุ้มและกวาดทรัพย์ออกหมด

14.ห้ามตัดเล็บกลางคืนเชื่อว่าอายุจะสั้น

15.ห้ามลอดไม้ค้ำต้นกล้วยและไม้ค้ำบ้าน และ
     ห้ามลอดราวผ้าและห้ามลอดใต้แขนคนอื่นเพราะจะทำให้ของเสื่อม

16.อย่าให้ใครข้ามหัวเพราะจะทำให้อาคมเสื่อมและของทุกอย่างเสื่อม

17.ห้ามด่าแม่ผู้อื่นเพราะสาริกาลิ้นทองจะเสื่อม

18.คนสักยันต์ห้ามกินฟักแฟงบวบน้ำเต้าและปลาไม่มีเกล็ด
      เพราะเชื่อว่าหนังจะไม่เหนียว

19.หากไปในที่สถานที่แปลกๆห้ามทักเมื่อได้ยินเสียงแปลกๆ
     เพราะเชื่อกันว่านั่นคือคุณไสย หรือของไม่ดีหากใครทักจะเข้าตัวทันที

20. ห้ามนอนหันหัวไปทางทิศตะวันตกเพราะเชื่อว่าวิญญาณจะออกจากร่าง
     (อีกอย่างหนึ่งเป็นทิศที่หันหัวคนที่ตายไปแล้ว)

21.ห้ามขึ้นบ้านวันเสาร์ เผาศพวันศุกร์ โกนจุกวันอังคาร แต่งงานวันพุธ 
     เพราะเป็นอัปมงคล  
 

ไสยศาสตร์

posted on 29 Oct 2010 19:48 by ghosts-club
คำว่า ไสย หมายถึง ลัทธิอันเนื่องด้วยเวทย์มนต์ คาถา และวิทยาคม
ไสยนั้นแบ่งออกเป็นไสยขาว อันหมายถึง วิชาอันลึกลับใช้เวทย์มนต์ไปในทางที่ดี
เช่นการทำเครื่องราง ของขลังและวัตถุมงคลต่างๆ เพื่อป้องกันภัยอันตราย
หรือเพื่อเป็นเมตตามหานิยม เมตตามหาเสน่ห์และอิทธิวิธี
 
ไสยดำ หมายถึง วิชาที่กระทำคนให้เป็นไปต่างๆนาๆ เช่น ปล่อยคุณไสย
ปล่อยตะปูเข้าท้องคนอื่น ปล่อยหนังควายเข้าท้อง บิดลำใส้
ปล่อยผีไปทำร้ายผู้อื่นให้มีอันเป็นไปต่างๆนาๆ
นำบาตรวัดร้างไปฝังเพื่อทำให้บ้านแตกสาแหรกขาด เป็นต้น

คำว่า ไสย แปลความหมายอีกอย่าง
ก็หมายถึงสิ่งที่ลึกลับที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตา
นอกจากเมื่อมันได้ออกมาเป็นผลลับแล้วเท่านั้น
 
คำว่า ศาสตร์ หมายถึง ตำรา วิชา วิทยา คำสั่ง ข้อบังคับบัญชา ศาสนา
รวมเข้ากับไสย เป็นไสยศาสตร์ อันหมายถึง
ตำราทางไสยยาศาสตร์ลึกลับเกี่ยวกับอิทธิฤทธิ์ปาฎิหาร
เวทย์มนต์ คาถา อำนาจจิต เป็นต้น
 
ไสยเวทย์ ไสยศาสตร์ หมายถึงตำราทางไสย วิชาทางไสย ไสยศาสตร์
เป็นวิชาว่าด้วยลัทธิเวทย์มนต์คาถาและวิยาคมเป็นศาสตร์ๆหนึ่งที่แยกย่อย
มาจากศาสตร์ 18 ประการของอินเดียโบราณ
ไสยศาสตร์แทรกอยู่ในความเชื่อของคนไทยมาตราบนานเท่า
นานกว่า7,000 ปีและแทรกอยู่กับความเป็นอยู่ของคนไทยตั้งแต่เกิดจนกระทั่งตาย
เช่นการเสกทำน้ำมนต์ให้คลอดง่าย โกนผมไฟ ทำขวัญ สร้างบ้านใหม่
ขึ้นบ้านใหม่ ทำขวัญ สวดบ้าน ตราสังข์ ทำโลงศพ เอาศพลงจากเรือน
ทำประตูป่า ทำบันไดผี นำศพขึ้น เผา การเสกน้ำมนต์สะเดาะเคราะห์
และประเพณีไทยหลายๆอย่างล้วนแต่แทรกด้วยไสยศาสตร์ทั้งสิ้น
 
ไม่ว่าวิทยาศาสตร์จะเจริญไปถึงไหนเพียงใดวิทยาการอินฟอเมชั่น
เทคโนโลยี่จะก้าวหน้าไปเพียงใดขนาดไหน
แต่ความเชื่อทางไสยศาสตร์ไม่มีวันที่จะหมดไปจากมนุษย์ชาติได้
เหตุผลเพราะว่า เป็นศาสตร์ๆหนึ่งที่ดำรงอยู่ในโลกมนุษย์มานานมากแล้ว
และมิใช่เพียงแต่เมืองไทยเท่านั้นที่มีความเชื่อในด้านไสยศาสตร์
หลายๆประเทศที่เจริญและพัฒนาแล้ว
ก็ยังมีความเชื่อในด้านไสยศาสตร์ของประเทศนั้นๆอยู่

ส่วน พิธีกรรม ไสยกรรมนั้นอาจไม่เหมือนกัน
ในเมืองไทยในแต่ละภาคนั้นการประกอบพิธีกรรมต่างๆ
ในแต่ละภาคนั้นก็ไม่เหมือนกัน
สรุปแล้วไสยศาสตร์และไสยเวทย์มิใช่สิ่งที่เลวร้าย
ขึ้นอยู่กับผู้ที่นำไปใช้เช่นการสกยันต์หากสักแล้วไม่ไปเป็นโจร
ผู้ร้ายไม่ไปปลิ้นชิงรบราฆ่าฟันเบียดเบียนเขาและตั้งตนอยู่ในศีลธรรมของนั้น
ก็จะคงทนถาวรไม่เสื่อม และยิ่งเข้มขลังยิ่งนัก
และเป็นไสยศาสตร์ที่ประดับบารมีชายชาตรีมาแต่โบราณกาล
ดังหลักฐานบันทึก .ความทรงจำ.พระนิพนธ์ สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพว่า....

"ส่วนตัวฉันเองจะเป็นใครแนะนำจำไม่ได้เสียแล้ว เกิดอยากเรียนวิชาอาคม
คือวิชาที่ทำให้อยู่ยงคงกระพันชาตรีด้วยเวทย์มนต์และเครื่องรางต่างๆ
มีผู้พาอาจารย์มาให้รู้จัก หลายคน ที่เป็นตัวสำคัญนั้นคือนักองค์วัตถา
น้องสมเด็จพระนโรดมเจ้ากรุงกัมพูชา...การศึกษาวิทยาคมในสมัยนั้น
โดยเฉพาะเด็กกำลังรุ่นหนุ่มเช่นตัวฉัน ด้วยได้ฟังเขาเล่า
เรื่องและบางทีทดลองให้เห็นอิทธิฤทธ์
กับทั้งได้สะสมมีเครื่องรางแปลกๆประหลาดที่ไม่เคยเห็น"

ไสยศาสตร์เป็นลัทธิความเชื่อ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล ที่เกิดขึ้น
และดำรงอยู่จริง คงไม่มีใครปฏิเสธว่า ในโลกใบนี้ไร้มนุษย์ที่เชื่อไสยศาสตร์
บุคคลที่มีญาณทัศนะลึกล้ำ เข้าใจเหตุปัจจัยแห่งการก่อเกิดสรรพสิ่ง
ทั้งชีวิต สังคม และจิตวิญญาณ จะไม่มองเหตุที่เกิดขึ้นเพียงด้านใดด้านหนึ่ง
แล้วปฏิเสธโดยสิ้นเชิง
หากไสยศาสตร์แล้วที่ทำให้ผู้เชื่อมั่นนั้นสามารถคลายทุกข์ไปได้
มีความสุข ไม่เบียดเบียนผู้อื่น เวทย์มนต์ไสยศาสตร์ก็มิใช่สิ่งที่เลวร้าย
ความงมงายในสิ่งที่ดีงามทำแล้วให้ตนเองสมหวังมีความสุขย่อมไม่ใช่สิ่งที่ไม่มีเหตุผล